วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อเหตุกจิต ครั้งที่ ๑๔ อธิบายเหตุที่ทุกขสคตกายวิญญาณจิตมีเวทนาเป็นทุกข์

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********

อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
                อเหตุกจิต (๑๔) อธิบายเหตุที่อกุสลวิบากกายวิญญาณจิตมีเวทนาเป็นทุกข์
              ๙๐. กายวิฺาณสฺส  ปน  โผฏฺพฺพสงฺขาต  ภูตตฺตยเมว  อารมฺมณนฺติ  ตกายปฺปสาเท  สงฺฆฏิตมฺปิ  ต  อติกฺกมิตฺวา  ตนฺนิสฺสเยสุ  มหาภูเตสุ ปฏิหฺติ.  ภูตรูเปหิ  จ  ภูตรูปาน  สงฺฆฏน  พลวตร  อธิกรณีมตฺถเก ปิจุปิณฺฑก  เปตฺวา  กูเฏน  ปหต-กาเล  กูฏสฺส  ปิจุปิณฺฑกอติกฺกมิตฺวา  อธิกรณีคหณ  วิย,   ตสฺมา  วตฺถารมฺมณฆฏนาย พลวภาวโต  กายวิฺาณ  อนิฏฺเ  ทุกฺขสหคต  อิฏฺเ  สุขสหคตนฺติ.
          ปน แต่ ภูตตฺตยํ เอว ภูตรูป ๓ เท่านั้น โผฏฺฅพฺพสงฺขาตํ [= โผฏฺฅพฺพกถิตํ] ที่เรียกว่า โผฏฐัพพะ อารมฺมณํ เป็นอารมณ์ กายวิฃฺฃาณสฺส ของกายวิญญาณ [1]อิติ ดังนั้น ตํ ภูตตฺตยํ ภูตรูป ๓ นั้น สงฺฆฏิตมฺปิ ซึ่งกระทบ กายปฺปสาเท ที่กายปสาทรูป อติกฺกมิตฺวา ล่วงเลย ตํ [=กายปฺปสาทํ] กายปสาทนั้นแล้ว ปฏิหฃฺฃติ ไปกระทบ มหาภูเตสุ ที่มหาภูตรูป ตนฺนิสฺสเยสุ ซึ่งเป็นที่อาศัยของกายปสาทนั้น. จ ก็ สงฺฆฏฺฏนํ การ - ภูตรูเปหิ ที่ภูตรูป - กระทบ ภูตรูปานํ กับภูตรูป พลวตรํ มีกำลังยิ่ง[2] วิย เหมือนกับ อธิกรณีคหณํ การที่ - กูฏสฺส ฆ้อนเหล็ก อติกฺมิตฺวา ล่วงเลย  ปิจุปิณฺฑกํ ปุยนุ่น - มากระทบถูกทั่ง ปหตกาเล ในกาล - ปุคฺคลสฺส ที่บุคคล ฐเปตฺวา วาง ปิจุปิณฺฑกํ ปุยนุ่น อธิกรณีมตฺถเก บนหน้าทั่ง[3] - แล้วตี กูเฏน ด้วยฆ้อนเหล็ก[4]ฉะนั้น ตสฺมา เพราะเหตุนั้น กายวิฃฺฃาณํ ทุกฺขสหคตํ เป็นจิตสหรคตกับทุกข์  อนิฏฺเฅปิ ในอนิฏฐารมณ์ สุขสหคตํ เป็นจิตสหรคตกับสุข อิฏฺเฅปิ ในอิฏฺฐารมณ์  พลวภาวโต เพราะความที่ - วตฺถารมฺมณฆฏนาย การกระทบกันระหว่างวัตถุและอารมณ์ - มีกำลัง อิติ เช่นนี้แล. [5]



[1] ปุจฉานุสนธิว่า “ความจริง แม้กายวิญญาณ ซึ่งเป็นวิบากของกุศลและอกุศลสองฝ่าย ก็น่าจะเป็นอุเบกขาสหคตจิตเช่นกัน  แม้ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ไม่น่าจะเป็นทุกขสหคตจิตและสุขสหคตจิต, แต่ไม่เป็นเช่นนี้ กลับเป็นสุขสหคตจิตและทุกขสหคตจิตได้อย่างไร?
[2] ปุจฺฉานุสนธิว่า “ภูตรูปคือโผฏฐัพพะและภูตรูปคือวัตถุ มากระทบกันและกันก็เข้าใจแล้ว, เมื่อมันกระทบกันดังนั้นแล้ว น่าจะไม่แรงเหมือนกับการที่อุปาทารูปคือจักขุปสาทรูปเป็นต้นกระทบอุปาทารูปคือรูปารมณ์เป็นต้น?”
[3] อธิกริยติ  อาธาริยติ  ปติฏฺาติ  เอตฺถ  วตฺถุมฺหีติ  อธิกรณี. อธิ +  กร  กรณ  + ยุ อธิกรณสาธนะ + อี. บุคคลย่อมรองรับ คือ ตั้ง ในวัตถุนี้ เพราะเหตุนั้น วัตถุนี้ จึงชื่อว่า อธิกรณี ทั่ง. หรืออีกนัยหนึ่ง กูเฏน ปกรณกิจฺจํ อธิกโรติ เอตฺถาติ อธิกรณี, มุฏฺฐิ สถานที่เป็นที่รองรับซึ่งกิจคือการตีด้วยฆ้อนเหล็ก. บางครั้งใช้คำว่า มุฏฺฐิ แทน
 อามสิยตีติ  มตฺถก,  อุปริฏฺาน.  สิ่งที่ถูกบุคคลลูบคลำ เรียกว่า มตฺถก ได้แก่ บริเวณที่อยู่ด้านบน. มส  อามสเน ลูบคลำ + โก  แปลง ส เป็น ตถ. 
อธิกรณิยา มตฺถก  อธิกรณีมตฺถก  ฯ  บริเวณด้านบนแห่งทั่ง เรียกว่า อธิกรณีมตฺถก หน้าทั่ง
[4] กุฏติ  หึสติ  ปหรติ  เอเตน  อโยฆเนน ชโนติ  กูโฏ. ก้อนเหล็กที่บุคคลใช้ตี ชื่อว่า กูฏ ฆ้อน. กุฏ  = หึสา ทำร้าย +  อ  กรณสาธนะ.  อีกนัยหนึ่ง เป็นศัพท์ที่ไม่ต้องหารูปวิเคราะห์ แปลว่า ก้อนเหล็ก
[5] สรุปได้ว่า “ถ้าว่ากายวิญญาณกระทบเพียงโผฏฐัพพารมณ์ที่กายปสาทเท่านั้น, หาได้กระทบที่มหาภูตรูปที่เป็นวัตถุไม่, การกระทบกับระหว่างภูตรูปและอุปาทารูป ก็น่าจะมีกำลังน้อย เหมือนอย่างการที่อุปาทารูปทั้งสองกระทบกัน. แต่โผฏฐัพพารมณ์นั้น แม้ว่าจะกระทบที่กายปสาท ก็ย่อมล่วงเลยกายปสาทนั้นไปกระทบที่มหาภูตรูปซึ่งเป็นวัตถุของกายปสาทได้. อนึ่ง การกระทบกันของภูตรูปทั้งสอง มีกำลังแรงยิ่ง เพราะทั้งสองต่างก็เป็นภูตรูป เพราะฉะนั้น กายวิญญาณ จึงมิได้เป็นเพียงอุเบกขาสหคตจิตเท่านั้น ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ เหมือนดังเช่นจักขุวิญญาณเป็นต้น แต่กลับเป็นสุขสหคตจิตและทุกขสหคตจิตทีเดียว ตามสมควรแก่วิบากเช่นนี้แล”.

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

อเหตุกจิต ๑๓

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๑๓) อธิบายเหตุที่สันตีรณจิตเป็นต้นเป็นอุเบกขาเวทนา (ต่อ)

               ๘๙. จกฺขุวิฺาณาทีนิ  ปน  จตฺตาริ  อุภยวิปากานิปิ  วตฺถารมฺมณฆฏนาย  ทุพฺพลภาวโต  อนิฏฺเปิ  อิฏฺเปิ  จ  อารมฺมเณ อุเปกฺขาสหคตานิ.  เตสฺหิ  จตุนฺนมฺปิ  วตฺถุภูตานิ  จกฺขฺวาทีนิ อุปาทารูปาเนว.    ตถา  อารมฺมณภูตานิปิ  รูปาทีนิ.  อุปาทารูปเกน จ  อุปาทารูปสฺส  สงฺฆฏน  อติทุพฺพล  ปิจุ-ปิณฺฑเกน  ปิจุปิณฺฑกสฺส  ผุสน  วิย  ตสฺมา  ตานิ  สพฺพตฺถาปิ  อุเปกฺขาสหคตาเนว.

อเหตุกจิต ๑๒

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๑๒) อธิบายเหตุที่สันตีรณจิตเป็นต้นประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา
              ๘๘. อถวา.   ยถา  โกจิ  พลวตา  พาธิยมาโน ทุพฺพลปุริโส   ตสฺส  ปฏิปฺผริตุ      อสกฺโกนฺโต  ตสฺมึ  อุเปกฺขโกว  โหติ,   เอวเมว  อกุสลวิปากานปริทุพฺพลภาวโต อนิฏฺารมฺมเณปิ  โทมนสฺสุปฺปาโท  นตฺถีติ  สนฺตีรณอุเปกฺขาสหคตเมว ฯ

อเหตุกจิต ๑๑

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๑๑) อธิบาย สันตรีณจิต
           ๘๖. กสฺมา ปน ยถา อกุสลวิปากสนฺตีรณ เอกเมว วุตฺตเอว อวตฺวา  กุสลวิปากสนฺตีรณทฺวิธา วุตฺตนฺติ.
          อิฏฺอิฏฺมชฌตฺตารมฺมณวเสน เวทนาเภทสมฺภวโต.

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

อเหตุกจิต ๑๐

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๑๐) อธิบายคำว่า กายวิญญาณ

            สสมฺภารกาโย  วา  กุจฺฉิตานเกสาทีน  อาโยติ  กาโย.  
          วา อีกอย่างหนึ่ง โย สสมฺภารกาโย สสัมภารกาย[1] อันใด อาโย เป็นที่เป็นไป เกสาทีนํ แห่งอวัยวะมีผมเป็นต้น กุจฺฉิตานํ ซึ่งเป็นธรรมน่ารังเกียจ อิติ ตสฺมา เพราะเหตุนั้น โส สสมฺภารกาโย สสัมภารกายนั้น กาโย ชื่อว่า กาย.

อเหตุกจิต ๙

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๙) อธิบายคำว่า กายวิญญาณ
        ๘๒. กุจฺฉิตาน   ปาปธมฺมาน   อาโย  ปวตฺติฏฺานนฺติ  กาโย.   กายินฺทฺริยฺหิ   โผฏฺพฺพคหณสภาวตฺตา   ตทสฺสาทวสปฺปวตฺตาน   ตมูลิกานฺจ  ปาปธมฺมาน วิเสส-การณนฺติ เตส  ปวตฺติฏฺาน  วิย  คยฺหติ. 

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

อเหตุกจิต ๘

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ
       จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๘) อธิบายคำว่า โสตวิญญาณเป็นต้น
           ๘๑. วิฺาณาธิฏฺิตหุตฺวา สุณาตีติ  โสต.  .
          ยํ ธมฺมชาตํ ธรรมชาติใด วิฃฺฃาณาธิฏฺฅิตํ หุตฺวา เป็นที่อาศัยแห่งโสตวิญญาณ สุณาติ ย่อมได้ยิน อิติ ตสฺมา เพราะเหตุนั้น ตํ ธมฺมชาตํ ธรรมชาตินั้น โสตํ ชื่อว่า  โสตะ.

อเหตุกจิต ๗

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต
       อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ
       จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********
อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๗) อธิบายคำว่า โสตวิญญาณ
       ๘๐. จกฺขุสฺมึ วิฺาณตนฺนิสฺสิตตฺตาติ จกฺขุวิฺาณ. ตถาเหตจกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนลกฺขณนฺติ  วุตฺต. เอวโสตวิฺาณาทีสุปิ ยถารหทฏฺพฺพํ. ตถาติ อิมินา อุเปกฺขาสหคตภาวอติทิสฺสติ.

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

อเหตุกจิต ๖

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต (๖)
         อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
               อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ
      จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขา-เวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********

อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๖) อธิบายคำว่า จักขุวิญญาณ [จิตที่อาศัยจักขุปสาทเกิด] (ต่อ)
     ๘๐. จกฺขุสฺมึ วิฺาณตนฺนิสฺสิตตฺตาติ จกฺขุวิฺาณ. ตถาเหตจกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนลกฺขณนฺติ  วุตฺต. เอวโสตวิฺาณาทีสุปิ ยถารหทฏฺพฺพํ. ตถาติ อิมินา อุเปกฺขาสหคตภาวอติทิสฺสติ.

อเหตกจิต ๕

อภิธัมมัตถสังคหะ
อเหตุกจิต (๕)
         อุเปกฺขาสหคต   จกฺขุวิฃฺฃาณํ,  ตถา  โสตวิฺาณ   ฆานวิฺาณ  ชิวฺหาวิฺาณ  ทุกฺขสหคต  กายวิฺาณ  อุเปกฺขาสหคต สมฺปฏิจฺฉนฺน, ตถา   สนฺตีรณฺเจติ  อิมานิ  สตฺตปิ อกุสลวิปากจิตฺตานิ  นาม.
          อิมานิ จิตฺตานิ จิตเหล่านี้ สตฺตปิ แม้ ๗ ดวง อิติ คือ  จกฺขุวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยจักขุปสาท อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา [จ ดวงหนึ่ง], โสตวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยโสตปสาท [จ ดวงหนึ่ง], ฆานวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยฆานวิญญาณ [จ ดวงหนึ่ง], ชิวฺหาวิฃฺฃาณํ จิตที่อาศัยชิวหาปสาท [จ ดวงหนึ่ง] ตถา [อุเปกฺขาสหคตํ เกิดร่วมกับอุเบกขาเวทนา]เช่นเดียวกัน
**********

อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา 
อเหตุกจิต (๕) อธิบายคำว่า จักขุวิญญาณ [จิตที่อาศัยจักขุปสาทเกิด] (ต่อ)
   ๗๙. อฏฺกถาย ปน  "อเนกตฺถตฺตา  ธาตูน  จกฺขติสทฺทสฺส วิภาวนตฺถตาปิ  สมฺภวตีติ  จกฺขติ  รูป  วิภาเวตีติ  จกฺขู"ติ  วุตฺตฯ